บทที่ 10 ตอนที่ 10
ในช่วงเช้าวันต่อมา ขณะที่ญานิดากำลังยืนรอรถเมล์ดั่งที่เคยปฏิบัติเป็นกิจวัตร ก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมา
“นิดา ขึ้นรถมาสิ”
รถญี่ปุ่นประจำตำแหน่งของกรรชัยหนุ่มคนรักมาหยุดเทียบฟุตบาทอยู่ตรงหน้า หากแต่ญานิดากลับส่ายหน้าน้อยๆ
“นิดาจะไปรถเมล์ พี่ชัยไปเถอะค่ะ”
หล่อนไม่อยากอยู่ใกล้กับกรรชัยตามลำพังสองคนอีกแล้ว เหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนยังฝังแน่นอยู่ในหัวไม่จาง เขาขับรถพาหล่อนเข้าม่านรูด ตอนนั้นจำได้ดีว่าตัวเองตกใจจนหน้าซีด ผิดหวังอย่างที่สุด แต่ก็ยังดีที่กรรชัยไม่คิดจะหักหาญน้ำใจของหล่อน พอเห็นว่าหล่อนไม่ยอมก็พากลับ แต่กระนั้นมันก็ทำให้ความไว้ใจที่หล่อนมีต่อผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่หล่อนไม่เคยคิดจะรักแต่จำต้องมาคบหาเยี่ยงคนรักด้วยบุญคุณ ลดน้อยถอยลงถนัดตา
“พี่อุตส่าห์มารับนะนิดา ไปกับพี่เถอะ เร็วเข้า รถบีบแตรกันใหญ่แล้ว” กรรชัยอ้อนวอน แต่ญานิดาก็ยังยืนยันคำเดิม
“นิดาจะไปรถเมล์ค่ะ”
เสียงย้ำชัดหนักแน่นของคนรักสาวที่ตอนนี้เขาเริ่มจะระอาแล้วอย่างญานิดา ทำให้กรรชัยถอนใจออกมาแรงๆ อย่างขัดใจนัก
“อยากขึ้นไปเบียดเสียดกันบนรถเมล์ก็ตามใจ ขอให้สนุกแล้วกัน ไปล่ะ”
จบคำพูดไม่แยแสนั้น รถญี่ปุ่นขนาดกลางของกรรชัยก็เคลื่อนจากไปทันที
“นิดาไม่กล้าเสี่ยงไปกับพี่ชัยอีกแล้วล่ะค่ะ”
ญานิดาเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งใจ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นรถเมล์สายที่ตัวเองรอคอยวิ่งมาจอดตรงป้ายรถที่หล่อนยืนอยู่ แต่ผู้คนในยามเช้านี้แออัดมาก แถมน้ำใจที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ก็ยังหาได้ยากขึ้นทุกวัน และนั่นก็มีผลทำให้หญิงสาวไม่ได้ขึ้นไปบนรถเมล์ เนื่องจากรถเต็มเอี้ยด
“ขึ้นรถสิ ญานิดา”
เสียงห้าวแต่ทรงอำนาจสุดๆ ของผู้ชายที่หล่อนคงจำได้ไม่มีลืม ดังออกมาจากรถสีดำคันยาวเหยียดที่เป็นรถประจำตำแหน่งของท่านประธานสายการบินเมเนนเดซแอร์เวย์ กระจกตรงห้องผู้โดยสารถูกเลื่อนลงครึ่งบาน และนั่นมันก็ทำให้ญานิดาประสานเข้ากับสายตาคมกล้าที่มืดดำราวกับคืนเดือนดับอย่างจัง รู้สึกเหมือนเนื้อตัวกำลังอยู่ในตู้อบ ร้อนผ่าว เบ่งบาน อึดอัดจนไม่ทราบแน่ชัดว่าตัวเองกำลังรู้สึกอะไรกันแน่
ใบหน้างามแดงก่ำขึ้นมาโดยอัตโนมัติ มือเรียวยกขึ้นลูบปากอิ่มที่คลายช้ำแล้วอย่างลืมตัวเมื่อสมองไม่รักดีดันย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนในลิฟต์ จุมพิตที่แทบจะเรียกได้ว่าบ้าคลั่งและประกาศชัยชนะของลูเซียส
“ขึ้นรถ!” เสียงห้วนของเขาดังขึ้นอีก และมันก็ทำให้หญิงสาวได้สติ เมินหน้าหนีพร้อมๆ กับเลือกที่จะปฏิเสธ
“ดิฉัน...ไปเองได้ค่ะ”
รีบก้มหน้า ก้าวเท้าหนี ไม่มีกะจิตกะใจที่จะสนใจแม้กระทั่งเสียงกรี๊ดกร๊าดของแม่สาวๆ ตรงป้ายรถเมล์ที่พากันร้องออกมา เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าที่หล่อเกินคำบรรยายของลูเซียสจากทางกระจกรถที่ถูกลดลงครึ่งหนึ่ง
“อย่าขัดคำสั่งของฉัน”
น้ำเสียงกระด้างทำให้เท้าของญานิดาชะงัก สันหลังเย็นเยือก พยายามที่จะเข้มแข็ง หล่อนไม่จำเป็นต้องกลัวเขานี่ ขนาดกรรชัยซึ่งเป็นคนรักหล่อนยังปฏิเสธได้เลย แล้วทำไมผู้ชายคนนี้หล่อนถึงจะทำไม่ได้ล่ะ
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ทำงาน ท่านประธานสั่งดิฉันไม่ได้หรอกค่ะ”
น้ำเสียงที่ปั้นจนมันราบเรียบดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนที่หญิงสาวจะรีบก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ยังไม่ทันจะครบสามก้าว ข้อมือบางก็ถูกกระชากแรงๆ ด้วยอุ้งมือใหญ่ที่ร้อนผ่าว ร่างอรชรกระเด็นเข้าไปปะทะแผ่นอกกว้างที่ซ่อนอยู่ในเสื้อเชิ้ตราคาแพงอย่างแรง
“บอกแล้วไงว่าอย่าขัดคำสั่งของฉัน”
น้ำเสียงเดือดดาลดังขึ้นเหนือศีรษะ ญานิดาช้อนตาขึ้นมองด้วยความหวาดกลัว และก็เหมือนกำลังจมดิ่งลงก้นทะเลเมื่อได้สบกับนัยน์ตาสีดำแสนลึกลับของผู้ชายตรงหน้า
“แต่ว่า...”
“หุบปาก และขึ้นรถซะ ก่อนที่ฉันจะจับเธอยัดใส่รถเสียเอง”
คำพูดแสนกระด้างฟังแล้วขนลุกซู่ดังขึ้นพร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่แสนสง่างามของลูเซียสที่เดินตรงไปยังรถลีมูซีนซึ่งจอดรออยู่
“และอย่าคิดว่าฉันไม่กล้า เพราะฉันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ หากสิ่งนั้นมันคือสิ่งที่ฉันต้องการ”
และเรือนกายสูงสง่าก็หายเข้าไปในรถคันหรูทันที เมื่อผู้ชายใส่สูทสีดำที่คงจะเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของเขาเปิดประตูให้
ญานิดาเม้มปากแน่น มองผู้ชายที่นั่งหลังตรง คอตั้ง ราวกับราชสีห์อยู่ในรถด้วยความขัดใจ แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่าการเดินขึ้นรถไปนั่งข้างๆ เขาไม่ได้ แม้ระหว่างทางจะได้ยินคำสบประมาทจากแม่สาวๆ ที่หลงใหลได้ปลื้มลูเซียสไม่ขาดสายก็ตาม
“ผู้ชายหล่อราวกับเทพบุตร ทำไมแม่นี่ยังกับขอทาน”
“ยายนี่คงทำของใส่แน่เลย ถึงได้ผู้ชายหล่อๆ แบบนี้มาเป็นแฟน”
“ดูสิ ไม่สวยแล้วยังเล่นตัวอีก เป็นฉันหน่อยไม่ได้ จะรีบกระโดดขึ้นรถเลย”
และนี่แหละคือคำพูดของแม่ผู้หญิงที่ป้ายรถเมล์พวกนั้น พวกที่ในดวงตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
“ท่านประธานไม่ควรทำแบบนี้”
เมื่อขึ้นมานั่งข้างๆ หญิงสาวก็เริ่มชวนทะเลาะทันที แม้กลิ่นไอแห่งนักล่าของผู้ชายตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ จะชวนหลงใหลมากแค่ไหนก็ตาม
“ไม่มีอะไรที่ฉันไม่ควรจะทำ หากว่าฉันต้องการ”
‘คนเผด็จการ!’
ญานิดาร้องด่าลูเซียสอยู่ภายในใจ ก่อนจะรีบขยับตัวไปจนร่างเล็กๆ ของตัวเองแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียวกับบานประตู
